ข้อคิดก่อนที่จะ Innovate !

         "คิดใหม่ ทำใหม่" เป็นคำพูดที่เราได้ยินอยู่บ่อย ๆ มันออกจะฟังดูดีว่าเป็นคนที่ไม่ยึดติดกับสิ่งเดิม ๆ แต่การคิดใหม่ ทำใหม่ให้ได้ผล คงจะต้องมีความเข้าใจในวลีนี้กันอย่างลึกซึ้ง ทั่วทั้งองค์กร เพื่อที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้จริง ๆ ผมเป็นผู้ที่มีความเชื่อในเรื่องของนวัตกรรม (Innovation) หรือการนำเอาเทคโนโลยีมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ในกิจกรรมต่าง ๆ์ และเจ้าเทคโนโลยีนี้เองที่เป็นตัวพื้นฐานสำคัญ ในการทำให้เิกิดนวัตกรรมต่าง ๆ มากมาย เช่น ไอที, สาธารณสุข, ธุรกิจ, การเงิน, การขนส่ง, พลังงานด้านวัสดุและด้านการผลิตสินค้า ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของ

เราเปลี่ยนแปลงไปจากสมัยพ่อแม่เรามาก
           แล้วเราต้องการเ้ป็นผู้สร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ขึ้นมาบ้างไหม ?
           ผมเชื่อว่าคนกว่าครึ่งคงตอบในใจว่า อยากมีส่วนร่วมอย่างแน่นอน ถ้าเช่นนั้น พรุ่งนี้ไปทำงานแล้วเราต้องรีบโหมโรงประเด็นเรื่องนวัตกรรม ให้มันดังไปทั้งบริษััทเลยดีไหม ? ทรัพยากร เครื่องไม้เครื่องมือที่มีอยู่ พร้อมไหม ? เอ๊ะ ไม่แน่ใจ! แต่หากมัวแต่รอให้ทุกอย่างพร้อม ก็ไม่ต้องทำอะไรแล้วล่ะครับ
           คุณผู้อ่านอาจจะงงๆ กับผมว่าจะเชียร์หรือจะฉุดให้เต้นไปกับนวัตกรรมกันแน่ อย่างที่กล่าวมาแล้วว่า "ผมมีความเชื่อในเรื่องของนวัตกรรมเต็มร้อยครับ" เพียงแต่จะมาเล่าให้ฟังกันว่า เราจะต้องทำอะไรกันบ้าง เพื่อให้เิกิดความเข้าใจในการสร้างสรรค์วัฒนธรรมการทำงานที่มีนวัตกรรมอยู่ในหัวจิตหัวใจของทุกคนให้ได้
           มันคงเป็นสิ่งท้าทาย สำหรับผู้บริหารที่จะต้องขับเคลื่อนองค์กรให้รู้จัก "คิดใหม่ ทำใหม่" ไปทั่วทุกซอกทุกมุม ให้มันเ็ป็นสายเลือดที่จะหล่อเลี้ยงองค์กรให้เติบโตไปกับนวัตกรรมใหม่ ๆ ตลอดไป
           แล้วทุกๆ คนฝันหวานว่านวัตกรรมใหม่ ๆ จะเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มโอกาศขายใหม่ ๆ เข้ามา ทำให้ธุรกิจเติบโตขึ้น อันเป็นพื้นฐานของการดำเนินธุรกิจ ที่คุณจะต้องมีอะไรใหม่ ๆ และไม่หยุดนิ่ง
           ถ้าเช่นนั้น นวัตกรรมน่าจะมีข้อดี ใช่หรือไม่ ?
           ...ไม่แน่นะครับ
           ผมขอเสนอมุมมองให้คุณลองคิดดูว่า นวัตกรรมมีอะไรที่อาจจะผิดพลาด ผมขอย้ำ้อีกครั้งว่า ผมเชื่อในตัวนวัตกรรม ตัว "นวัตกรรม" เองไม่มีอะไรผิด แต่กระบวนการเพื่อให้ได้นวัตกรรมมา เพื่อการดำเนินธุรกิจเหนือกว่าคู่แข่งขันนั้น เป็นหนังคนละเรื่องกัน เพราะกระบวนการเพื่อให้ได้นวัตกรรมขึ้นมาคือ การทำสิ่งแตกต่างออกไปจากเดิม จากทรัพยากรที่เรามีอยู่ แล้วนำออกสู่ตลาดไปสู่ลูกค้าให้ได้ สำหรับประเด็นนี้ ผมขอขยายความว่า ลักษณะวิธีคิดของการดำเนินธุรกิจ เช่นนี้ ยึดหลักที่ว่า "ให้เริ่มจากสิ่งซึ่งเราสามารถที่จะทำได้ แล้วจึงค่อยหาวิธี ว่าจะสามารถขยายมันได้อย่างไร ?"
           แต่ถ้าเราลองปรับวิธีคิดของการดำเนินธุรกิจของเรา โดยยึดหลักที่ว่า "ให้เริ่มค้นหาว่าเราสามารถขายอะไรได้ แล้วจึงค่อยหาวิธีว่า จะทำมันขึ้นมาได้อย่างไร"
วิธีคิดแบบ Outside-In โดยยึดถือตลาดเป็นตัวตั้ง บางคนอาจจะเรียกว่า Market Driven ก็ไม่ผิดกติกาอะไร
           ถ้าเช่นนั้น วิธีคิดแบบหลังไม่ต้องใช้นวัตกรรมหรือ ?
           ขอตอบว่า "ไม่ใช่" แต่เป็นวิธีการที่เราจะต้องมีความพร้อมทางด้าน ความรู้ ประสบการณ์ อุปกรณ์ เครื่องมือ วิธีการต่าง ๆ และที่สำคัญอย่างมาก คือ คน ในการตอบสนองความต้องการอันนี้ให้ทันกับความต้องการของตลาดนั่นเอง การเตรียมความพร้อมเพื่อทำอะไรๆ จากสิ่งที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลมากขึ้น ผมขอใช้คำว่า "Renovate"     หรือ "ปฏิสังขรณ์"    ขึ้นมาใหม่ก่อนที่จะนำไปสู่นวัตกรรมใหม่ๆ เต็มรูปแบบ การปฏิสังขรณ์ คือ การเริ่มจากสิ่งซึ่งคุณสามารถขายได้แน่ๆ แล้วจึงมองหาวิธีในการทำมันขึ้นมาเพื่อให้ไปสู่มือลูกค้า
           ลองย้อนกลับมาพิจารณาหลุมพรางที่หลายๆ องค์กรได้พบเจอไม่มากก็น้อย กับการหลงทางไปกับวิธีคิดที่จะนำเอานวัตกรรมมาใช้   
 1.พวกเขามุ่งประเด็น เรื่องของความคิดสร้างสรรค์ โดยไม่คำนึงถึงค่าใช้จ่าย และให้ความสำคัญกับทุก ๆ ความคิดเห็นว่ามีศักยภาพเท่าๆ กัน
 2.พวกเขามีมุมมองที่แคบ พิจารณานวัตกรรมเป็นเพียงการสร้างสินค้าหรือบริการใหม่ๆ ขึ้นมา โดยลืมพิจารณาไปว่านวัตกรรมคือการส้รางคุณค่าใหม่ๆ ให้กับลูกค้า ผู้บริโภค และธุรกิจ
 3.พวกเขามองนวัตกรรมในแนวขวาง ไม่ได้พิจารณาในแนวตั้ง ความหมายคือ พิจารณาแต่การสร้างสิ่งใหม่ๆ (โดยไม่สัมพันธ์กับของเดิม) โดยขาดการพิจารณาการสร้างสิ่งใหม่ๆ เพื่อทำให้ของเดิมดียิ่งๆ ขึ้น
 4.พวกเขาพยายามที่จะสร้างนวัตกรรมขึ้นมา โดยการเข้าซื้อกิจการของบริษัทอื่น แทนที่จะพยายามสร้างมันขึ้นมาด้วยพื้นฐานความรู้ ประสบการณ์ และคนขององค์กรเอง
 5.พวกเขามุ่งเน้นการดึงศักยภาพความสามารถหลักขององค์กรออกมา เพื่อสร้างนวัตกรรมต่างๆ แทนที่ จะมุ่งเน้นสิ่งสำคัญหลักที่ตลาดต้องการ

           ที่กล่าวมาไม่ใช่ว่า นวัตกรรมเป็นสิ่งที่องค์กรไม่ควรจะทำ เพียงแต่ผมต้องดการชี้ให้เห็นชัดๆ ถึงประเด้นการใช้ประโยชน์ให้สูงสุดจากสินทรัืพย์ที่มีอยู่ (Asset Utilization) ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์, เครื่องไม้เครื่องมือ, ความรู้, ประสบการณ์, ฐานลูกค้าเดิม, ระบบ, กระบวนการ และคน ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพหรือยังก่อนที่พิจารณาถึงนวัตกรรมใหม่ๆ
           ผมขอทิ้งท้ายด้วยวลีให้คิดเช่นเดียวกับการเริ่มต้นบทความว่า "ปฏิสังขรณ์ ก่อน นวัตกรรม " คือคิดถึงสิ่งที่มีอยู่ก่อนจะคิดแต่สิ่งใหม่ๆ ถ้าจะให้เท่ห์ต้องพูดว่า "Renovate before You Innovate"



ที่มา : นิตยสาร IT G-MagZ  
ราย 3 เดือน  ฉบับที่ 2  ประจำเดือน เมษายน - มิถุนายน 2548




                                                                                                                               << กลับหน้าเดิม

 




...............................................................................
ขอสงวนลิขสิทธิ์โดย บริษัท สัมพันธ์ประกันภัย จำกัด
1518/5 ถ.ประชาราษฎร์ แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร 10800
โทรศัพท์ 0-2587-1111, 0-2912-2555 โทรสาร 0-2913-2130-4
แนะนำติชมบริษัท และเว็บไซต์ e-mail : info@sampanhins.com
hhhh